SEO กับ 200 ปัจจัยการจัดอันดับของ google, 200+ Google's Ranking Factors ปัจจัยการจัดอันดับของกูเกิล, สอนการตลาดออนไลน์ seo

SEO กับ 200+ ปัจจัยการค้นหาของ Google Search Engine

ดันอันดับ Google ด้วย SEO ด้วยเทคนิคนางฟ้า สำหรับเจ้าของธุรกิจออนไลน์ เจ้าของแบรนด์ SME ร้านค้าออนไลน์ !

Google SEO Ranking Factors มีมากกว่า 200 ปัจจัย นักการตลาดออนไลน์ควรศึกษาวิธีการทำงานและวิธีใช้ เพื่อให้เว็บของเราค้นหาเจอบนหน้า 1 บนกูเกิลอย่างถาวร ยั้งยืน ปลอดภัย เน้นคุณภาพเป็นหลัก ที่สำคัญหัวใจของนัก SEO คือ...ต้องทำเว็บด้วยตัวเองเท่านั้น เว็บที่จ้างทำ หรือให้คนอื่นทำให้ไม่มีทางติดหน้า 1 บนกูเกิล Google Search Engine

 

  • 200 ปัจจัยการจัดอันดับของ google กูเกิล คืออะไร ?

 

  • Google's 200 Ranking Factors : ปัจจัย 200 ข้อการจัดอันดับ Google คืออะไร ?
  • การจัดอันดับของ google โดย 200 ปัจจัย คืออะไร ?
  • SEO กับ 200+ ปัจจัยการค้นหาของ Google คืออะไร ?


คุณรู้หรือไม่ ว่าปัจจุบันผู้คนค้นหาสินค้าผ่านกูเกิล 80% เมื่อลูกค้าเจอเว็บของเราบนกูเกิล อย่างไรก็ขายได้ อยากให้เว็บไซต์ติดหน้าแรก Google ไหม ?

เริ่มต้นอย่างไร ? 

1. ทำเว็บด้วยตัวตัวเองเท่านั้น (ห้ามจ้าง)

2. ปรับเว็บให้มี Keyword การค้นหา หัวใจหลักของทำตลาดออนไลน์ที่ทุกคนต้องรู้

3. สร้างเนื้อหาให้มีคุณภาพ

4. อัพเดทเว็บตลอดเวลา อย่าปล่อยให้เว็บเป็นเว็บร้าง !

5. ทำการโปรโมทเว็บด้วยตัวเองด้วยเครื่องมือทางการตลาดมากมายแบบฟรี ๆ

6. จำไว้เสมอ ว่า เว็บไซต์ติดหน้าแรก Google นั่นหมายถึงลูกค้าก็มากขึ้น ธุรกิจเติบโตถาวรบนโลกออนไลน์อย่างถาวร ยั้งยืนด้วยค่าใช้จ่าย 0 บาท

7. ทำ SEO ด้วยตัวเอง เรียนรู้ด้วยตัวเอง 

สนใจเรียนทำ SEO ให้ติดหน้าแรก Google มาเรียนกับเรา ไอทีแม่บ้าน 

 

เข้าใจหลักการทำงานของ Google Search ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์ของคุณแบบง่ายๆ  ความรู้ด้าน SEO ถือเป็นเรื่องสำคัญ

Google Algorithm ทำงานอย่างไร ? ถ้าจะอธิบายแบบง่ายๆ คือ

1. Google เข้ามาเก็บข้อมูล Crawling

2. Google นำข้อมูลที่เก็บไปได้ไปเก็บไว้ในดัชนี Indexing

3. Google ทำการจัดอันดับและแสดงผล Ranking

เป้าหมายหลักของกูเกิล

การแสดงผลที่มีเว็บคุณภาพ ที่มีประโยชน์ ต่อคนค้นหา

เป้าหมายของการทำ SEO (Search Engine Opitimazation)

ทำให้กูเกิลรู้ว่า เว็บของเราเป็นเว็บที่มีประโยชน์ ต่อคนค้นหา ด้วยคุณภาพ, ประโยชน์, ชื่อเสียง และความน่าเชื่อถือ กูเกิลก็จะส่ง Google Bot มาเก็บข้อมูลของเราเอง

ถ้าเป็นคุณคนที่ตั้งใจทำตลาดออนไลน์แบบยั้งยืน ช่วยลดต้นทุนในการซื้อโฆษณา คงหนีไม่พ้นวิธีการทำตลาดด้วย ระบบ SEO และแน่นอน ท่านคงต้องเรียนรู้ระบบกูเกิล Google เพื่อให้เข้าใจว่า  กูเกิล ทำงานอย่างไร สำหรับคนที่ไม่มีความรู้ด้านคอมเลย อาจจะใช้เวลานานหน่อย เพราะต้องเริ่มจากการเรียนรู้การใช้งานคอมพิวเตอร์เพื่อธุรกิจ SMEs ให้ได้ก่อน จากนั้นก็ต้องเรียนรู้วิธีการสร้างเว็บไซต์ด้วยตัวเอง คนที่เก่งระบบมากๆ บางคน จะสร้างเว็บไซต์จากหลากหลายระบบ เพราะฉนั้นหากสร้างเว็บได้เพียงระบบเดียว อาจไม่เพียงพอ SEO คือการเรียนรู้ระบบการทำงานของ Algorithm ของ Google ที่เป็นปัจจัยหลักในการจัดอันดับเว็บไซต์ ท่านต้องรู้ว่าว่าอะไรคือ SEO Basic, Quality Website, Search Engine, HTML Source Code, Meta Tags, Onsite, Offside, Link Building, Competitor Research, Blogging, Webmaster Tools, Google Place, Social Media, Feeder Website, Web blog, Webmaster Tool, Google My Business, Social Media -Facebook, Page Quality, Keyword, Backlink, Website, Social Media, Pagerank, Google Bot, Spider, Fresh Bot, Deep Bot, Crawl & Indexing,  Panda, Panguin, Hummingbird, Onpage, Offpage, Update, Traffic, Content, และอื่นๆ การเรียนรู้ระบบ SEO จึงไม่สามารถเรียนได้ภายในระยะสั้นหรือแค่วันเดียว นัก SEO มืออาชีพบอกว่า ต้องเรียนรู้กันทั้งชีวิต เพราะกูเกิล ก็เปลี่ยนระบบตลอดเวลา 

การทำ SEO สามารถเรียนรู้เพื่อที่จะทำได้เอง เพื่อผลลัพย์อย่างยั้งยืนและปลอดภัย ที่สำคัญ ค่าใช้จ่ายเป็น 0 ในการทำธุรกิจออนไลน์ ช่วยลดค่าใช้จ่าย ธุรกิจเติบโตอย่างยั้งยืนและถาวร !

200+++ ปัจจัยในการจัดอันดับกูเกิล มีอะไรบ้าง ? เรามาดูกัน ! พื้นฐานทำเว็บ ทำแบรนด์ให้ติดอันดับ Google ที่ SME Thailand 4.0 ต้องรู้ ! 

อยากให้เว็บติดอันดับดีๆ บนหน้าค้นหากูเกิล Google Search Engine คงต้องเลือกเอา ระหว่างการจ้างบริษัทซึ่งมีราคาแพงจนหน้าใจหาย แต่หากราคาถูก ผลงานก็อาจไม่เป็นที่หวัง แต่หากทำเองก็คงต้องเริ่มต้นเรียนด้วยตัวเองไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะพัฒนาไปเรื่อยๆ และที่สำคัญต้องเรียนกับมืออาชีพที่ผลงานเท่านั้นนะคะ

 

วิธีการทำ SEO ให้ติดหน้าแรก Google ด้วยตัวเองฟรีๆ อ่านเลยโพสเดียวจบ


1. ใครยังไม่มีเว็บไซต์ให้เริ่มต้นทำเว็บไซต์ได้แล้ว เพราะอายุของโดเมน Domain มีผลกับเว็บไซต์มากมาย เว็บไซต์ที่จดทะเบียนนานแล้ว จะได้เปรียบเว็บไซต์ของคู่แข่งที่พึ่งจดนะคะ 

(จดนานแล้ว - ดี)

 

2. ก่อนจดโดนเมน Domain เช่น www.ไอทีแม่บ้าน.coom ควรมี keyword (คำค้นหา) ในชื่อโดเมน กูเกิลอาจจะค้นหาเว็บไซต์ของเราเจอกว่าเว็บไซต์ที่ไม่มีโดนเมน หรือ Keyword 

 

3. มืออาชีพแนะนำว่าเว็บไซต์ที่จดควรมี keyword เป็นคำแรกในโดเมน Domain

 

4. ถ้าหากโดเมนของคุณไกล้หมดอายุ ควรรีบต่ออายุ อย่าปล่อยให้โดเมนของคุณหมดอายุก่อนนะคะ เพราะเว็บไซต์อาจหายไปจากการจัดอันดับกูเกิล Google (เหลือมาก - ดี)

 

5. ถ้าหากเว็บไซต์มีซัพโดเมนก็ควรมีมี keyword ในชื่อซับโดเมน Subdomain ด้วยเช่นกัน

 

6. ไม่ควรซื้อเวบไซต์ต่อเพราะประวัติของโดเมนมีผล เว็บไซต์เก่าอาจทำผิดกฎของกูเกิล เราซื้อมาก็อาจจะทำใหเสียตังฟรีๆ เลย (หากเปลี่ยนชื่อผู้ถือครองบ่อย - ไม่ดี) 

 

7. keyword คือหัวใจหลักของการทำตลาดออนไลน์ เราควรมี Keyword ของธุรกิจของเรา ให้ตรงกับชื่อโดเมนทั้งหมด

 

8. เว็บไซต์ที่มีข้อมูลเปิดเผยข้อมูลใน Whois บางเว็บไม่เปิดเผย จะมีผลต่อการค้นหาบนระบบ Google

 

9. ชื่อของเว็บไซต์ไม่เคยทำผิดกฎ เช่น หากเราซื้อเว็บต่อจากคนอื่น เจ้าของเว็บเก่าอาจจะเคยทำผิดกฎกูเกิลมาก่อน เช่นเคยจ้างคนปั่นเว็บแบบสายดำ สายเทา ง่ายๆ คือ ผู้ถือครองใน whois ไม่เป็นผู้ที่ทำผิดข้อบังคับ google 

 

10. สำคัญมาก หลายๆ คนชอบใช้ .com เพราะดูอินเตอร์ดี แต่หากอยากให้ลูกค้าในไทยค้นหาเจอ เราควรใช้ นามสกุล .co.th (ดีกว่า .com)

 

11. เวลาเขียนหัวข้อควรมีมี Keyword อยู่ในหัวข้อด้วย 

 

12. มี keyword ใน Title Tag  Title ที่จะเพิ่ม Traffic ได้ดี อาจเพิ่มคำเหล่านี้ เช่น สุดยอด, รีวิว, วิธีการ, ในปี 2559, 10 [ใส่ตัวเลขนำหน้าประมาณ Top 10] เป็นต้น

 

13. มี Keyword ใน Meta Description

 

14. keyword เป็นคำแรกใน Title Tag

 

15. มีการใช้คำ keyword นั้นซ้ำมากกว่าคำอื่นๆในหน้านั้น (เทียบคำต่อคำ)

 

16. มีเนื้อหาข้อความมากพอสมควร (1,000+ คำ)

 

17. มีความหนาแน่นของ keyword ในหน้า (เทียบคำต่อทั้งหมด)

 

18. LSI (Latent semantic indexing keyword) ในบทความไม่ควรเน้นแต่คำที่ต้องการ แต่ควรเน้นคำที่เป็น LSI ด้วย คือ keyword ที่ใกล้เคียงหรือเกี่ยวข้องกัน

 

19. LSI ในหัวข้อ และ meta description

มีคำที่เกี่ยวเนื่อง/เกี่ยวข้องใน Title และ Description Tag

 

20.โหลดเว็บได้อย่างรวดเร็ว 

 

20. ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ ช่วยส่งผลต่อการจัดอันดับ ยิ่งไฟล์เล็ก โหลดได้เร็ว จะยิ่งมีผลดี

 

21. ไม่ควรมีเนื้อหา/บทความที่ซ้ำกัน

บทความที่ซ้ำกัน จะส่งผลเสียต่อการจัดอันดับ

 

22. ใช้ Rel=Canonical เพื่อบ่งบอกหน้าที่ซ้ำกัน

การใช้ rel=canonical อย่างเหมาะสม จะทำให้ google รู้ว่าเราไม่ได้ตั้งใจทำบทความซ้ำกัน

 

23. โหลดเว็บด้วย Chrome ได้อย่างรวดเร็ว

ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บผ่าน browser chrome เป็นที่รู้กันว่า chrome เป็นของ google อะไรที่ chrome ไม่ปลื้ม google ก็ไม่ชอบตามไปด้วย

 

24. ใส่ข้อมูลให้รูปภาพทั้ง ชื่อไฟล์, Alt Text, Title Description และ Caption

การทำ seo ให้กับรูปภาพ ไม่ว่าจะเป็นชื่อรูป alt text, title, description, caption ของรูป

 

25. ความสดใหม่ของเนื้อหา/บทความ (ยิ่งใหม่ - ยิ่งดี)

ความสดใหม่ของบทความ เป็นสิ่งที่ caffeine algorithm ใช้ในการจัดอันดับ เพราะ google เชื่อว่า บทความที่เขียนไว้นาน ๆ อาจล้าสมัยไปแล้ว จึงสร้าง caffeine ขึ้นมาเพื่อให้บทความที่ใหม่กว่าซึ่งอาจจะมีข้อความที่มีข้อมูลที่ทันสมัยกว่า ได้อันดับที่ดีกว่า

 

26. มีการปรับปรุงแก้ไขเนื้อหา/บทความ

การแก้ไขบทความ ทำให้ google รู้ว่าบทความนี้เปลี่ยนไป มีความสดใหม่กว่าบทความเก่า จะได้อันดับที่ดีขึ้น แต่การเปลี่ยนแปลงนั้นควรเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เป็นการเขียนข้อความใหม่เพิ่มเข้ามา มากกว่าการเปลี่ยนแค่คำไม่กี่คำ

27. ความถี่ในการแก้ไขเนื้อหา/บทความ (ยิ่งถี่ - ยิ่งดี

ความถี่ในการแก้ไขบทความ ยิ่งบทความเปลี่ยนบ่อย google ยิ่งรับรู้ถึงความสดใหม่ของบทความ

 

28. มี keyword อยู่ใน 100 คำแรกของหน้า

การมีคำที่ต้องการปรากฎอยู่ใน คำ 100 คำแรกจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้การจัดอันดับของ google ให้ดีขึ้น

 

29. มี keyword ใน H2, H3 Tag

 

30. การเรียงคำ ตรงกับ keyword

 

31. มี Link ออกไปยังเว็บที่มีคุณภาพบ้าง อย่าหวังแต่ Link เข้าอย่างเดียว

 

32. การสร้างเนื้อหาของของเว็บที่ลิงก์ Link วิ่งออกไปยังเว็บอื่นๆ

 

33. การสะกดคำที่ถูกต้องและถูกไวยกรณ์ 

 

34. ห้ามก็อปปี้ใครมาเนื้อหา/บทความที่เขียนขึ้นเองใหม่ (ไม่ได้คัดลอกมา) 

 

35. มีเนื้อหาที่มีคุณภาพ มีประโยชน์ จะช่วยให้เว็บของเรามีคุณภาพ มีวิธีง่ายๆที่ทำให้เนื้อหา/บทความของหน้าเพจมีคุณภาพ 1. มีคำมากกว่า 1,000 คำมีรูปภาพ, infographic, วิดีโอประกอบ 3. ทำเป็นหัวข้อและลิสต์รายการ,บทความเสริม

 

36. บางคนสร้างเว็บขึ้นมาเพื่อขายพื้้นที่ Banner และทำลิงก์ออกจากเว็บ จำนวน Link ออกมากเกินไปก็ไม่ดี

 

37. มีรูปภาพ วิดีโอ และมัลติมีเดียอื่นๆ  เว็บที่ติดอันดับ 1-10 ของ Google จะมีรูปภาพในเว็บ (ที่เกี่ยวกับเนื้อหา) อย่างน้อย 1 รูปเสมอ และยิ่งมีรูปและวิดีโอมากเท่าไหร่ จะยิ่งทำให้ผู้เข้าชมอยู่กับเว็บนานขึ้น

 

38. มี Link ภายในเว็บที่วิ่งเข้ามาหาหน้านั้น ทำ (On Page)

 

39. คุณภาพของเนื้อหาของหน้าที่มีลิงก์ภายในวิ่งเข้ามา (On Page)

 

40. บางท่านสร้างหน้าไม่เสร็จ เว็บของคุณก็จะมีหน้าที่เสีย ไม่ควรมีลิงก์เสีย (ลิงก์ไปยังหน้าที่ไม่มีอยู่จริง) 

 

41. มีความง่ายในการอ่าน เช่นการจัดหน้าให้สวย ทำตัวหนังสือให้สวย อ่านง่าย สบายตา

 

42. บางคนทำเว็บเพื่อหารายได้จาก Affiliate ไม่ควรมี Link ที่เป็น Affiliate มากเกินไป

 

43. ไม่ควรมี HTML error คุณสามารถตรวจสอบข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นบนเว็บไซต์ของคุณได้จาก Google Search Console

 

44. มีโดเมนที่น่าเชื่อถือ (Domain Authority - DA) หน้าเว็บของโดเมนที่มี authority มากกว่าย่อมดีกว่าเว็บที่มีค่าน้อยกว่า

 

45. มีค่า Page Rank (PR) สูง PR สูงเกิดจากมีลิงก์เข้ามาเป็นจำนวนมาก, แต่ละหน้ามีค่า PR ไม่เท่ากัน เราควรหาลิงก์จากเว็บที่มี PR สูง ที่เรียกว่า ลิงก์คุณภาพเท่านั้น อย่าเอาลิงก์ขยะเข้าเว็บนะคะ

 

46. URL ไม่ควรยาวจนเกินไป ปกติแล้วลิงก์ของ ไอทีแม่บ้าน ที่แสดงยาวเนื่องจากเป็นโค้ดของภาษาไทย ซึ่งมีผลดีมากกว่า (มีโอกาสตรงกับ keyword) URL ที่ยาวเกินไปอาจมีผลกับการค้น Google

 

47. URL ยิ่งใกล้โดเมนยิ่งดี

ที่อยู่ URL หรือ URL path ยิ่งหน้านั้นอยู่ใกล้กับหน้าแรกเว็บก็ย่อมได้ authority มากกว่าหน้าอื่น

 

48. เนื้อหาเขียนด้วยคน (ไม่ใช้โปรแกรมอัตโนมัติ) ห้ามใช้โปรแกรมในการเขียนเว็บ ควรเขียนเว็บด้วยตัวเอง เนื้อหาของเราเอง ผลงานของเราเองเท่านั้น

 

49. ความเกี่ยวข้องกันกับหน้าหมวดหมู่

หน้าหมวดหมู่ เป็นสิ่งที่รวบรวมหน้าที่มีเนื้อหาคล้ายกันเข้าด้วยกัน ซึ่งจะทำให้อันดับหน้าที่อยู่ในหน้าหมวดหมู่ดีขึ้นในคำนั้น

 

50. ใช้ Tag หรือป้ายกำกับ จะส่งผลดี (แต่ไม่ควรมีมากเกินไป)

 

51. มี keywords ใน URL จะได้เปรียบ เวลาตั้งค่า URL ควรคิดเรื่อง Keyword ก่อน

 

52. URL ที่สามารถอ่านได้ และมีลำดับชั้น เช่นกดเข้าไปดูเมนูอื่นๆ ได้

 

53. หากเราเขียนอ้างอิง และมีแหล่งที่มา เราควร มี Reference และที่มา (หากมี) 

 

54. ใช้ bullet หรือ ลำดับรายการ เช่น 1.2.3.4.5. กูเกิลชอบบทความที่ลำดับหรือตัวเลข

 

55. ลำดับความสำคัญใน Sitemap

 

56. หากมีลิงก์ออกมากจะถูกหาว่า Spam จะมีผลเสียต่อการจัดอันดับ

 

57. มี PR ของคำต่างๆ หลายคำในหน้านั้น จะส่งผลให้ Google มองว่าเป็นหน้าที่มีคุณภาพ

 

58. อัพเดทหน้าบ่อยๆ อายุของหน้านั้นๆ หน้าใหม่ดีกว่าหน้าเก่า แต่หน้าเก่าที่อัพเดทใหม่ดีกว่าหน้าใหม่ (การอัพเดทนั้นหมายถึงการเพิ่มเนื้อหาอย่างน้อย 1 ย่อหน้า)

 

59. มีการจัดวางเนื้อหาเป็นมิตรกับผู้ใช้งาน เน้นอ่านง่าย สบายตา

 

60.ไม่ใช่โดเมนที่ว่างอยู่ (Parked Domain)

 

61เนื้อหาที่เป็นประโยชน์กับผู้เข้าชม เนื้อหาที่มีคุณภาพ อาจไม่มีประโยชน์กับผู้เข้าชมก็ได้ ดังนั้นต้องทำให้ผู้เข้าชมรู้สึกว่ามีประโยชน์มากที่สุด คุณสามารถสร้างเนื้อหาที่มีประโยชน์ได้จากการทำหน้าเนื้อหา "... คืออะไร", "... ใช้ยังไง", "วิธี ..." เป็นต้น

 

62. มีเนื้อหาที่มีคุณค่าและแตกต่าง สร้างหน้าเว็บที่มีข้อมูลเชิงลึกและมีประโยชน์กับผู้เช้าชมแทน

 

63. มีหน้าสำหรับติดต่อ (หน้าติดต่อเรา) Google จะได้รู้ว่า ลูกค้าสามารถติดต่อใครได้ ธุรกิจนั้นมีอยู่จริงไม่หลอกลวง 

 

64.บทความที่มีสาระและไม่ซ้ำใคร google นั้นลงโทษเว็บที่มีบทความซ้ำ ๆ หรือบทความน้อยแต่มี link ออกมากเกินไป บางคนสร้างเว็บมาเพื่อหลอกกูเกิลไปยังเว็บไซต์อื่น

 

65. หน้าติดต่อเรา เป็นสิ่งหนึ่งที่เว็บควรมี เพราะ google ชอบเว็บที่มีข้อมูลให้ติดต่อได้ และถ้าข้อมูลตรงกับ whois ก็อาจช่วยมากขึ้น

 

64.มี Domain Trust / TrustRank สูง คิดจากอีกหลายปัจจัย โดยเน้นที่การมี link จากเว็บที่มีคุณภาพสูงจำนวนมาก 

trustrank หรือ domain trust จำนวน link ที่เว็บคุณได้จากเว็บอื่น โดยเฉพาะเว็บที่มี trustrank สูงหรือเว็บที่ google เรียกว่า seed sites

 

65. มีโครงสร้าง HTML ของเว็บที่ดี

โครงสร้างเว็บไซต์ ช่วย google จัดการกับบทความในเว็บคุณได้เป็นอย่างดี

 

66. มีการปรับปรุงแก้ไขเว็บอยู่เสมอ

การอัปเดตเว็บบ่อย ๆ โดยเฉพาะถ้าเป็นเนื้อหาที่ไม่ซ้ำใคร

 

67. มีจำนวนหน้าเว็บเยอะ จำนวนหน้าเว็บ เว็บที่มีจำนวนหน้าเยอะ ทำให้ google มองว่าเป็นเว็บคุณภาพ

 

68. มี Sitemap ของเว็บ

การมีไฟล์ sitemap ไฟล์นี้ช่วยให้ search engines รู้จักเว็บไซต์คุณดีขึ้น

 

69. เว็บมี Uptime สูง เปิดหน้าเว็บเร็ว ไม่ต้องรอนาน

site uptime การที่เว็บ down นั้นส่งผลเสียต่อการจัดอันดับเว็บคุณ

 

70. ที่ตั้งเซิฟเวอร์ หากค้นหาคำไทย ที่ตั้งในไทยจะดีกว่า

ที่อยู่ของเซิฟเวอร์ : ที่อยู่ของเซิฟเวอร์อาจจะมีผลทำให้เว็บของคุณมีอันดับต่างกันไปในแต่ละประเทศได้ โดยเฉพาะเมื่อเป็นการค้นหาแบบเจาะจงพื้นที่

 

71. มีการใช้งาน SSL (https://)

SSL Certificate (สำหรับเว็บอีคอมเมิร์ซ) กูเกิ้ลยืนยันว่าพวกเขาทำการเก็บข้อมูล SSL certificate ด้วย ดังนั้นนี่จึงเป็นเหตุผลนึงว่า google อาจจะจัดอันดับเว็บอีคอมเมิร์ซที่มี SSL certificates สูงกว่าเว็บอื่น ๆ

 

72. มีหน้าข้อตกลงการใช้งาน และนโยบายความเป็นส่วนตัว

เงื่อนไขการให้บริการและหน้าส่วนตัว สองหน้านี้จะช่วยบอก google ว่าเว็บไซต์นี้เป็นเว็บที่มีความน่าเชื่อถือในโลกออนไลน์

 

73. ข้อมูลใน Mete Tag ต้องไม่ซ้ำกัน

 เนื้อหาที่ซ้ำกันบนเว็บ: หน้าที่ซ้ำซ้อนและ meta information ที่เหมือนกันทุกหน้าในเว็บอาจจะทำให้เว็บไซต์ของคุณอันดับต่ำลง

 

74. มีเมนูแบบ Breadcrumb

เมนูแบบ Breadcrumb เป็นเมนูที่ช่วยให้ผู้เยี่ยมชม รวมไปถึง search engines รู้ว่าตอนนี้หน้าที่พวกเขาอยู่นั้นอยู่ตรงส่วนไหนของเว็บ ซึ่งบางเว็บไซต์อ้างว่ามันช่วยในเรื่องการจัดอันดับด้วย

 

75. รองรับกับอุปกรณ์มือถือ (Mobile Site) 

การออกแบบให้รองรับอุปกรณ์มือถือ การออกแบบเว็บไซต์ให้รองรับอุปกรณ์มือถือต่าง ๆ (responsive website) จะช่วยให้ติดอันดับที่ดีในการค้นหาโดยใช้อุปกรณ์มือถือ

 

76. ใช้ Youtube ในการอัพโหลดวิดีโอ

 Youtube แน่นอนว่าวีดีโอเว็บ youtube สามารถทำอันดับใน google ได้ดี เหตุผลง่าย ๆ ก็แค่เจ้าของเดียวกัน

 

77. การใช้งานเว็บที่ง่าย 

เว็บไซต์ที่ยากต่อการใช้งาน หรือดูหน้าเว็บ จะทำให้อันดับแย่ลงเนื่องจากผู้เยี่ยมชมใช้เวลาบนเว็บไซต์น้อยกว่าเว็บทั่วไป รวมดูจำนวนหน้าที่ดูน้อยกว่า การกลับเข้ามาดูอีกครั้งที่ต่ำ

 

78. ใช้ Google Analytic และ Google Webmaster Tools 

การใช้ google analytics และ google webmaster tools หลายคนมีความเชื่อว่าถ้ามีการติดตั้งสองโปรแกรมนี้บนเว็บจะช่วยเรื่องการเก็บข้อมูล และส่งผลโดยตรงต่อการจัดอันดับเนื่องจากได้ให้ข้อมูลของเว็บคุณตามที่ google ต้องการ

 

79. มีการรีวิวจากผู้ใช้งานบนเว็บรีวิวที่มีชื่อเสียง

คำวิจารณ์จากผู้เยี่ยมชม/ชื่อเสียงของเว็บไซต์ คำวิจารณ์บนเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงต่าง ๆ จะส่งผลต่อการจัดอันดับ ซึ่งเราได้เห็นความพยายามจะใช้สิ่งนี้เข้ามาร่วมจัดอันดับหลายครั้ง เพื่อให้ผู้ใช้สามารถให้คะแนนเว็บเพื่อลดปัญหาการสร้าง link ที่เน้นเรื่อง seo มากกว่าเป็น link ตามธรรมชาติ

 

80. มีลิงก์มาจากเว็บที่มีอายุนาน

ลิงก์จากเว็บที่มีอายุเก่าแก่ให้ผลดีมากกว่าลิงก์จากเว็บใหม่ ๆ

 

81. จำนวนลิงก์ที่มาจากหน้าหลักของเว็บ

 

82. จำนวนลิงก์ที่ลิงก์ไปที่หน้าหลักของเว็บ เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการจัดอันดับของ google

 

83. มีลิงก์มาจากเว็บที่มีที่ตั้งเซิฟเวอร์และ IP ต่างกัน

 

84. จำนวนของลิงก์ที่ได้จากเว็บที่มี IP class C แตกต่างกัน ยิ่งหลากหลายเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นผลดีกับเว็บคุณ

 

85. จำนวนลิงก์ที่วิ่งเข้ามา 

จำนวนลิงก์จากหน้าต่าง ๆ แม้ว่าจะเป็นหลาย ๆ หน้าในเว็บเดียวกัน แต่จำนวนที่ลิงก์มาก็ส่งผลต่อการจัดอันดับ

 

86. Alt text ของรูปที่มีลิงก์กลับ Alt Tag สำหรับ ลิงก์รูปภาพ อย่าลืมใส่ให้กับรูปภาพในเว็บคุณ 

 

87. มีลิงก์มาจากเว็บที่เป็นโดเมน .edu, .gov, .go.th, .ac.th

ลิงก์จากเว็บ .edu หรือ .gov แม้ว่า Matt Cutts เองจะบอกว่า ลิงก์จากเว็บพวกนี้ไม่ได้สำคัญกว่าลิงก์จากเว็บทั่ว ๆ ไป แต่หลายคนไม่เชื่อ และมั่นใจว่าการได้ลิงก์จากเว็บ .edu และ .gov ส่งผลดีกว่าลิงก์จากเว็บทั่วไปแน่ ๆ

 

88. PageRank (PR) ของเว็บที่มีลิงก์กลับ

pagerank ของหน้าที่ทำลิงก์มาหาเว็บคุณ ยิ่งสูงยิ่งดี

 

89. Domain Authority (DR) ของเว็บที่มีลิงก์กลับ

ค่า authority ของเว็บที่ทำลิงก์มาหาเว็บคุณ เช่นการได้ลิงก์จากหน้าเว็บ pr2 เหมือนกัน แต่หน้าหลักเว็บแรก pr3 ในขณะที่เว็บที่สองหน้าหลัก pr8 การได้ลิงก์จากเว็บที่สองย่อมได้ผลดีกว่า

 

90. มีลิงก์จากเว็บที่เป็นคู่แข่ง

ลิงก์จากเว็บคู่แข่ง ลิงก์จากหน้าเว็บที่อยู่ในหน้าผลการจัดอันดับในคำเดียวกัน ย่อมส่งผลดีกับเว็บคุณในคำนั้น ๆ

 

91. มีการแชร์บน Social (Post แบบมีลิงก์กลับ) การแชร์ในโซเชียลเน็ตเวิร์ค ยิ่งจำนวนมากยิ่งส่งผลกับหน้านั้น ๆ เช่น Facebook, Line, Google, YouTube, Twitter, Instagram, Blog

 

92. ห้ามมีลิงก์ที่มาจากเว็บต้องห้ามต่างๆ เช่น เว็บโป้ เว็บเปลือย เว็บการพนัน

link จากเว็บไซต์ที่ไม่พึงประสงค์ เว็บต้องห้ามต่าง ๆ จะส่งผลเสียกับเว็บไซต์คุณ

 

93. ลิงก์ที่มาจาก Guest Post ได้คะแนนน้อย

การเขียนจากบุคคลภายนอก ลิงก์ที่ได้นั้นส่วนใหญ่จะได้ในส่วนของผู้เขียนข้อความนั้น ซึ่งถือว่ามีค่า

 

94.น้อยกว่าลิงก์ในบทความ

มีลิงก์ไปยังหน้าหลักของโดเมนที่มีลิงก์กลับมาหา

 

95. ลิงก์ไปที่หน้าแรกของเว็บของหน้าใน การมีลิงก์ไปที่หน้าหลักบนหน้ารอง ๆ ของเว็บจะช่วยส่งผลต่อการจัดอันดับ

 

96. ได้ Nofollow Links ก็ยังดีกว่าไม่มีลิงก์กลับ

Nofollow links หนึ่งในหัวข้อที่ถูกพูดถึงบ่อยหัวข้อหนึ่งเมื่อพูดถึง SEO ซึ่ง google เองก็ได้บอกอย่างง่าย ๆ ว่า โดยทั่วไปแล้ว เราไม่ให้ความสนใจกับ nofollow link ซึ่งคำว่า “โดยทั่วไป” คือในกรณีปกติ ซึ่งหมายถึงมีกรณีที่นอกเหนือจากปกติและ google สนใจ ดังนั้นการได้ nofollow link ก็ดีกว่าไม่ได้เลย

มีความหลากหลายของเว็บที่มีลิงก์กลับ

 

97. ความหลากหลายของลิงก์ การมีลิงก์ที่ไม่เป็นธรรมชาติจำนวนมากนั้น สามารถดูได้ง่าย ๆ เช่น ลิงก์ส่วนใหญ่มาจากแหล่งคล้าย ๆ กัน เช่น ลิงก์จากประวัติส่วนตัวในฟอรั่มหรือเว็บบอร์ด ลิงก์จากการเขียนความเห็นในบล็อก ซึ่งเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการแสปม แต่ในอีกนัยนึงการได้ลิงก์ที่หลากหลายก็เป็นสัญญาณว่าเป็นลิงก์ที่เป็นคุณภาพ

 

98. ลิงก์กลับที่มีคำใกล้ๆ อย่างเช่น ผู้สนับสนุน จะได้คะแนนน้อย

ลิงก์ผู้สนับสนุนหรือลิงก์จากคำที่มีความหมายคล้าย ๆ กัน จะลดค่าของลิงก์นั้น

ลิงก์กลับนั้นอยู่ในเนื้อหา ดีกว่าลิงก์ที่อยู่นอกเนื้อหา

 

99. ลิงก์ในเนื้อหาบทความ ส่งผลดีมากกว่า ลิงก์ที่อยู่บนหน้าว่าง ๆ หรือลิงก์ที่เจอในส่วนอื่นของหน้า

 

100. ไม่ควรมีลิงก์กลับที่มาแบบหลอกที่มา

 

101. ข้อความในลิงก์กลับ (ที่มาจากเว็บอื่น) 

 

102.  ข้อความในลิงก์กลับ (ที่มาจากในเว็บตนเอง)

 

103. ข้อความใน Title ของลิงก์

หัวข้อลิงก์ ข้อความที่ปรากฎขึ้นเมื่อคุณลากเม้าส์ไปเหนือลิงก์นั้น เป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการจัดอันดับ

ลิงก์กลับมาจากเว็บ .th

 

104. การได้ลิงก์พวกโดเมน ดอทต่าง ๆ ที่เป็นชื่อประเทศ เช่น .th , .co.uk, .de จะช่วยให้เว็บของคุณทำอันดับได้ดีในประเทศนั้น ๆ

 

106. ลิงก์กลับอยู่ในส่วนเนื้อหา ไม่ควรอยู่โดดๆ

ลิงก์ที่อยู่ในบทความ: ลิงก์ที่อยู่ในส่วนของบทความจะมีน้ำหนักมากกว่า ลิงก์ที่อยู่ตอนท้ายของบทความ

 

107. ที่อยู่ของลิงก์ในหน้า

การได้ลิงก์พวกโดเมน ดอทต่าง ๆ ที่เป็นชื่อประเทศ เช่น .th , .co.uk, .de จะช่วยให้เว็บของคุณทำอันดับได้ดีในประเทศนั้น ๆ

 

108.ลิงก์กลับอยู่ในส่วนต้นของหน้า

ที่อยู่ของลิงก์ในหน้า นั้นเป็นจุดสำคัญอย่างหนึ่ง โดยทั่วไปแล้วลิงก์ในบทความของหน้านั้นจะมีพลังมากกว่าลิงก์ที่ด้านข้างหรือด้านล่างของเว็บ

 

109. ลิงก์กลับจากโดเมนที่เกี่ยวข้องกัน (ยิ่งเฉพาะมาก ยิ่งดี)

การได้ลิงก์จากเว็บที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกัน ยิ่งเป็นเว็บที่เฉพาะเจาะจง ยิ่งได้พลังจากเว็บเหล่านั้นมากกว่าได้ลิงกืจากเว็บที่ไม่เกี่ยวข้องกัน

 

110. ลิงก์กลับจากหน้าที่เกี่ยวข้องกัน (ยิ่งเกี่ยวกัน ยิ่งดี)

 

101. ระดับความเกี่ยวข้องของหน้า hilltop algorithm บอกว่าลิงก์จากหน้าที่ใกล้เคียงกับบทความหน้าจะมีพลังมากกว่าได้ลิงก์จากหน้าที่ไม่เกี่ยวข้อง

 

102. ข้อความรอบๆ ลิงก์กลับควรเป็นคำชม

 

103.ข้อความรอบ ๆ ลิงก์ google อาจใช้ข้อความรอบ ๆ ลิงก์นั้นเพื่อตัดสินว่าลิงก์นั้นเป็นอย่างไร เพราะข้อความการเป็นคำแนะนำเว็บคุณ หรือเป็นการวิจารณ์เว็บคุณในแง่ร้าย ลิงก์ที่มีข้อความรอบ ๆ เป็นข้อความที่ดีย่อมส่งผลดีมากกว่า

 

104. มี keyword ใน Title ของลิงก์กลับ

 

105.คำที่ปรากฎรอบ ๆ: คำที่ปรากฎรอบ ๆ backlinks ของคุณจะช่วยให้ Google รู้ว่าหน้าเว็บคุณเกี่ยวกับอะไร

 

106. มีจำนวนเว็บที่มีลิงก์กลับมากขึ้นเรื่อยๆ 

 

107. ไม่ควรมีจำนวนเว็บที่มีลิงก์กลับน้อยลง

 

108. มีลิงก์จาก Hub ที่น่าเชื่อถือ

 

109. มีลิงก์จากเว็บที่ได้รับรองจาก Google

 

110.มีลิงก์จาก Wikipedia

 

111. การได้ลิงก์จากแหล่งอ้างอิงใน Wikipedia : แม้ว่าลิงก์เหล่านั้นจะเป็น nofollow แต่หลายคนก็คิดว่าการได้ลิงก์จาก Wikipedia จะช่วยเพิ่ม trust และ authority ให้กับเว็บคุณในการจัดอันดับของ search engines.

 

112. ข้อความที่ติดกันเลยกับข้อความลิงก์กลับ

 

113. 

ลิงก์จากหน้าเว็บท่า การได้ลิงก์จากหน้าเว็บที่ google มองว่าเป็นเว็บข้อมูลชั้นดี หรือหน้าเว็บท่า ในหัวข้อเฉพาะจะได้รับการจัดอันดับที่ดีเป็นพิเศษ

 

104. อายุของลิงก์กลับ (ลิงก์ที่มีอายุเยอะจะให้คะแนนที่ดีกว่า)

 

105. อายุ Backlink : สอดคล้องกับสิทธิบัตรของ Google ลิงก์ที่เก่าแก่กว่าจะให้พลังมากกว่าลิงก์ใหม่ ๆ

 

106. มีลิงก์ที่มาจากเว็บไซต์จริงๆ (ไม่ใช่เว็บบล็อกเพื่อ SEO) 

<span style="font-family: taho

สอนการตลาดออนไลน์

อายุของโดเมน โดเมนที่มีอายุนานกว่าจะได้อันดับที่ดีกว่า

เว็บไซต์ Website จะมาพร้อมกับโดเมนและโฮส (Domain & Host) การเช่าโดเมนและโฮส จำเป็นต้องมีค่าบริการ และค่าใช้จ่ายที่เจ้าของเว็บไซต์ต้องจ่าย

เป็นประจำต่อเนื่องเป็นรายปี

เพื่อให้เว็บไซต์ของเราเผยแพร่บนอินเตอร์เนต บนโลกออนไลน์ การที่เราจะมีเว็บไซต์ เราต้องมี 2 อย่าง คือบริการจดทะเบียนโดเมนเนม และบริการเว็บโฮสติ้ง ซึ่งทั้ง 2 จะมีระยะเวลาในการจ่ายค่าบริการแตกต่างกันไป โดยค่าโดเมนเนมจะมีค่าบริการแบบรายปี ค่าบริการเว็บโฮสติ้ง ก็แล้วแต่ว่าเราจะเลือกชำระแบบไหน ส่วนใหญ่เจ้าของเว็บไซต์จะเลือกชำระเป็นรายปี

เมื่อใกล้หมดอายุบริการอยู่แล้ว เราควรรีบดำเนินการดังต่อไปนี้

1. ตรวจสอบวันหมดอายุที่ถูกต้องอีกครั้งที่ระบบ Whois https://www.whois.com/whois/
ระบบนี้จะมีที่อยู่ของเว็บไซต์ผู้ให้บริการจดทะเบียนโดเมนเนม และผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้งทุกเว็บ เพื่อที่จะได้รู้ถึงวันหมดอายุที่แท้จริง

2. เมื่อตรวจสอบจนรู้วันหมดอายุที่แท้จริงแล้ว ก็ตรวจสอบไปที่ผู้ให้บริการจดทะเบียนโดเมนเนมด้วย โดยการดูที่ระบบ Whois เช่นเดียวกัน ดูที่ Technical contact เพื่อจะได้ทราบว่าโดเมนเนมของเราจดทะเบียนไว้กับผู้ให้บริการใด หลังจากนั้นก็ติดต่อไปยังอีเมลล์ หรือเบอร์โทรศัพท์ที่ระบุ เพื่อติดต่อขอต่ออายุโดเมนเนม เมื่อชำระค่าบริการแล้ว ผู้ให้บริการก็จะดำเนินการต่ออายุให้ กรณีที่โดเมนเนมหมดอายุแล้ว ระบบจะใช้เวลาประมาณ 4-6 ชม. เพื่ออัพเดทข้อมูล และกลับมาใช้งาน (เข้าเว็บฯ และรับ ส่งอีเมลล์) ได้อีกครั้ง

3. ปัญหาการต่ออายุ ส่วนมากจะมีเฉพาะท่านที่จ้างทำเว็บ คือไม่ได้ทำเว็บเองนั่นเอง ซึ่งหากท่านจ้างบริษัท โดยทั่วไปบริษัทก็จะดำเนินติดตามเพื่อให้ท่านชำระค่าบริการในการต่ออายุ แต่หากท่านจ้าง Freelance ท่านอาจจะมีปัญหาในการติดต่อ Freelance (ปัญหาโดนทิ้งงาน ซึ่งอันตรายมาก)

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเข้าเว็บไซต์ไม่ได้ โดเมนเนมที่หมดอายุจากระบบจะถูกลบออกจากระบบ สถาณะจะเป็นโดเมนเนมว่าง (แล้วมีโอกาสถูกคนอื่นจดไป) หากโดเมนของท่านใกล้หมดอายุ เราขอแนะนำให้ท่านรีบดำเนินการต่ออายุโดเมนของท่านก่อนนะคะ

แต่หากท่านสร้างเว็บท่านเอง ในวันที่ท่านจดทะเบียนกับบริษัทผู้ให้บริการในการเช่าโดเมนและโฮส บริษัทจะให้ท่านสมัครใช้บริการโดยอีเมล์ E-mail และหากโดเมนและโฮสของท่านไกล้หมดอายุ บริษัทก็จะส่งอีเมล์มาที่อินบ็อกซ์ของท่านก่อนวันหมดอายุ เพื่อเป็นการเตือนให้ท่านชะรำค่าบริการ เพื่อเป็นการต่ออายุโดเมนและ

โฮสด้วยตัวท่านเอง ซึ่ง หากท่านเป็นคนทำเว็บไซต์ด้วยตัวท่านเอง ปัญหาต่างๆ ก็จะไม่เกิดขึ้น 

เจ้าของแบรนด์ควรมีเว็บไซต์โปรโมทธุรกิจ โปรโมทสินค้า ของตัวเอง เพื่อที่ธุรกิจเติบโตอย่างยั้งยืนและที่สำคัญ หากทำเรียนรู้เพื่อที่จะทำเว็บไซต์ด้วยตัวท่านเอง ค่าใช้จ่ายในการทำเว็บไซต์จะแค่ 1,250 บาทต่อปี (ค่าโดเมนและโฮส) 

***ทางสถาบันมีคอร์สสอนทำเว็บไซต์ขายของ ทำเว็บขายของออนไลน์ 2 ระบบ คือ WordPress ระบบเวิร์ดเพรส และ ระบบ เทพช็อป ซึ่งการจด โดเมนและเว็บไซต์ มีราคาต่อปี ไม่เกิน 1,250 บาท 

***คำเตือน หลีกเลี่ยงเรียนกับสถาบันที่ให้บริการเปิดสอนคอร์สสร้างเว็บไซต์ โดยไม่สอนจดโดเมนและโฮส เนื่องจากท่านจะเสียเวลา เพราะเว็บไซต์ที่ใช้งานได้จริง จะต้องมีการจดโดเมนและโฮส ซึ่งเป็นชื่อ www.ชื่อของท่าน.com เท่านั้น

ใครสนใจเรียนก็จองคอร์สเรียนล่วงหน้าได้เลยนะคะ ยินดีจ้า

ไอทีแม่บ้าน ครูเจ

ครูสอนการตลาดออนไลน์/โคชสอนสร้างแบรนด์/วิทยากร SEO/ครูสอนอาชีพ

สอนการตลาดออนไลน์

โดเมน หรือ โดเมนเนม Domain - Domain Name คืออะไร ?

สิ่งที่คนอยากทำเว็บไซต์ ทุกคนต้องรู้ และจำเป็นต้องรู้ ไม่ว่าท่านจะจ้างทำเว็บหรือ ทำเอง ก่อนทำเว็บไซต์ คือการจดโดเมน คือการเลือกชื่อ ชื่อเว็บไซต์ ชื่อบล็อก (ส่วนมากจะใช้เป็นชื่อร้านหรือชื่อแบรนด์) ซึ่งเจ้าของต้องเป็นคนตั้งชื่อ ไม่แนะนำให้ตั้งชื่อยาว เพราะจะจำยาก ชื่อโดเมนที่สั้นและจำได้ง่ายนั้น จะส่งผลให้ลูกค้าจำได้ง่ายและนำไปใช้งานได้ง่าย การค้นหาง่าย ไม่ยาก ไม่ยาวจนเกินไป ตัวอย่างเช่น สอนการตลาดออนไลน์)

ชื่อโดเมน ต้องเป็นชื่อที่ไม่ซ้ำกัน โดเมนเป็นองค์ประกอบสำคัญอีกอย่างหนึ่งในการจัดทำเว็บ ชื่อโดเมนก็เหมือนกับตราสินค้า ชื่อแบรนด์ ชื่อร้านค้า เป็นชื่อสำหรับเรียกชื่อที่อยู่ของเว็บเพจของเรา ตัวอย่างง่าย ๆ เปรียบเหมือนกับชื่อร้านค้า ชื่อแบรนด์ เพื่อให้ลูกค้าค้นหาร้านค้า ค้นหาสินค้าของคุณได้ง่ายขึ้นนั่นเอง จดแล้วไม่สามารถแก้ไขได้ หากจำเป็นต้องแก้ไข คือ ต้องจ่ายค่าจดโดเมนใหม่เท่านั้น

Domain หรือ Doman Name โดเมนเนม ก็คือ ชื่อของเว็บไซต์ หรือ ที่อยู่ ของเว็บไซต์เรานั่นเอง (ที่อยู่เว็บไซต์ หรือ Web Address) ตัวอย่าง www.ไอทีแม่บ้าน.com

วันนี้ ธุรกิจของท่านมีเว็บไซต์หรือยังคะ ?

สอนการตลาดออนไลน์

Hosting คืออะไร ? และสำคัญอย่างไร ?

Domain + Hosting = Website

“Hosting” (ภาษาไทย: “โฮสติ้ง”) มีชื่อเรียกเต็มๆว่า “Web Hosting” หมายถึง การให้บริการเช่าพื้นที่ทำเว็บไซต์ วางระบบเว็บไซต์ เนื่องจากทุกเว็บไซต์ที่ออนไลน์บนอินเตอร์เน็ตจะต้องฝากไฟล์เว็บ ฐานข้อมูล และไฟล์อื่นๆ ไว้กับเว็บเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้งนั้นๆ โดยที่ทางผู้ให้บริการจะจัดเก็บข้อมูลเว็บไซต์ ฐานข้อมูล อีเมล ฯลฯ ไว้ในเครื่องเซิฟเวอร์ หรือที่เรียกกันว่าเว็บเซิฟเวอร์ (Web Server) ซึ่งเว็บเซิฟเวอร์จะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางที่จะแสดงผลหน้าเว็บไซต์ให้กับผู้ท่องอินเทอร์เน็ตทั่วไปได้เช้าชมผ่านโดเมนเนม (เช่น www.ไอทีแม่บ้าน.com) ได้ตลอดเวลา 

เว็บโฮสติ้ง Web Hosting คือ การฝากเว็บไซต์ของตนเองกับผู้ให้บริการเซิฟเวอร์ (HSP: Hosting Service Provider) นั่นเอง เพื่อให้เว็บไซต์ของตัวเองนั้นเผยแพร่บนโลกอินเตอร์เน็ตได้ ปัจจุบัน มีผู้ให้บริการการฝากเว็บจำนวนมาก มีทั้งของฟรีที่โฮศติ้งมีหลากหลายราคา บางทีก็ฟรี บางทีก็ราคาถูก ราคาแพง

Hosting เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของเครือข่ายคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) ซึ่งผู้ให้บริการโฮสติ้ง (Hosting Service Provider) ได้ทำการจัดสรรมาให้บริการ โดยส่วนใหญ่จะให้บริการเป็นรายเดือน หรือ รายปี ซึ่งเป็นการใช้พื้นที่บนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย Server ร่วมกัน

ส่วนใครที่จะใช้บริการ ครูเจ ขอแนะนำให้ผู้เช่าบริการพิจารณา ถึงผู้ให้บริการ ว่ามีระบบแก้ไขปัญหาของผู้ใช้หรือไม่ Server ที่ใช้มีประสิทธิภาพ ความเร็วในการเข้าถึงเว็บไซต์แล้วเสถียรภาพของเซิร์ฟเวอร์และครือข่ายข้อมูล เสถียร ไม่ล้ม สามารถเข้าเว็บได้ง่ายและรวดเร็ว ระบบความปลอดภัย ไม่ต้องรอโหลดนาน Location ที่เซิฟเวอร์ตั้งอยู่ด้วย มีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคต่างๆ ในการดูแลระบบ สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้รวดเร็วและติดต่อได้สะดวก ครูเจ ขอแนะนำให้ท่านใช้บริการการเช่า Domain + Host ที่เดียวกัน เพราะจะง่ายและสะดวกในการต่ออายุการใช้งานได้ค่ะ

 

สอนการตลาดออนไลน์

เสิร์ชเอนจิน (Search Engine) คืออะไร ? 

คือ โปรแกรมที่ช่วยในการสืบค้นหาข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต มีทั้งข้อความ รูปภาพ คลิปวีดิโอ แผนที่ ซึ่งรวมทั้งหมดมีในหมวดหมู่ต่างๆ เช่น ทั้งหมด วีดีโอ ข่าวสาร ค้นรูป แผนที่
Search Engine เสิร์ชเอนจินส่วนใหญ่จะค้นหาข้อมูลจากคำสำคัญ Keyword (คีย์เวิร์ด) (คำค้นหา) ที่ผู้ใช้ป้อนเข้าไป จากนั้นก็จะแสดงรายการผลลัพธ์ที่เกี่ยวกับคำค้นหาที่มีอยู่ในระบบ คิดว่าผู้ใช้น่าจะต้องการหรือมีประโยชน์ขึ้นมา โดยการจัดอันดับจำนวนคำค้นหาทั้งหมด ซึ่งคำค้นหาที่เสริจเอนจินค้นมาได้ส่วนมากมีจำนวนมาก ระบบจึงต้องแบ่งออกเป็นหน้าๆ ระบบค้นหาของ Search Engine แต่ะละชนิดจะต่างกันเล็กน้อย ในปัจจุบัน เสิร์ชเอนจินบางตัว เช่น กูเกิล จะบันทึกประวัติการค้นหาและการแสดงผลลัพธ์ของผู้ใช้ไว้ด้วย เพื่อจะนำประวัติการค้นหาของผู้ใช้บริการไปเก็บบันทึกไว้ เพื่อเก็บเป็นสถิติในการค้นหาสำหรับผู้ใช้บริการครั้งต่อ ๆ ไป

4 อันดับยอดนิยมของ Web Search Engine ที่คนไทยรู้จักมีอะไรบ้าง เรามาดูกัน

1. Google 
2. Bing
3. Yahoo
4. Ask

วันนี้ ท่านใช้ Search Engine ในการค้นหาข้อมูลบนอินเตอร์เนตบ้างหรือยัง หากยัง ลองค้นหา ครูเจ ได้นะคะ

ตัวอย่าง เข้าหน้า Search Engine ยอดนิยม ครองใจอันดับ 1 ของคนไทยมายาวนานคือ Search Engine ของกูเกิล Google นั่นเอง
แล้วพิมพ์ : ครูเจ ไอทีแม่บ้าน
แล้วท่านเห็นอะไร ???

ถูกใจกด like & Share เพื่อเป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะคะ


เว็บไซต์, Website

ประโยชน์ของเวปไซต์มีอะไรบ้าง ? เรามาทำความรู้จักเว็บไซต์กัน !

  • Website ช่วยสร้างแบรนด์ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีกับองค์กรของคุณ
  • Website ช่วยเพิ่มช่องทางในการขายสินค้าและบริการของบริษัทอีกช่องทางหนึ่งนอกจากการขายของในเฟสเพียงอย่างเดียว
  • Website ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์ ในการทำสื่อโฆษณา โปรโมทธุรกิจ หากคุณหันมาสร้างเว็บไซต์เป็นของตัวเอง ลงทุนสร้างเว็บครั้งเดียว ใครๆ ก็สามารถเข้าชมเว็บของเราได้ตลอด โดยที่คุณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมาย โดยการเสียค่าบริการเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
  • Website คือหน้าร้าน (Homepage) ร้านค้าของตนเอง เป็นการเปิดตัวสู่ตลาดโลก เหมาะกับยุคดิจิตอล ลูกค้าสามารถค้นหาเจอจากระบบกูเกิล Google Search Engine
  • Website ช่วยส่งเสริมศักยภาพทางธุรกิจ ให้แข่งแกร่ง ทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักในท้องตลาดมากขึ้น (ทำให้เราดูดีกว่าคู่แข่ง)
  • Website เสริมภาพลักษณ์ขององค์กรให้มีความทันสมัยน่าเชื่อถือมากขึ้น ลูกค้าค้นหาเจอ เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น (ช่วยเจาะกลุ่มลูกค้าเฉพาะด้าน)
  • Website ช่วยให้ซื้อ-ขายสินค้าหรือบริการผ่านทางเว็บไซต์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยให้คุณขายสินค้าโดยไม่ต้องมีหน้าร้าน อยู่บ้านก็ขายของได้ (ช่วยลดค่าใช้จ่าย)
  • Website สามารถโฆษณาบริษัทฯ หรือองค์กรให้เป็นที่รู้จักทั้งในประเทศและต่างประเทศ (ใครก็ๆ สามารถเข้ามาดูเว็บของเราได้)
  • Website ช่วยลดต้นทุนในการสร้างธุรกิจออนไลน์ คนเข้าถึงเว็บไซต์ได้ง่าย แค่ส่งลิงก์ หรือฝังลิงก์ไว้ในที่ต่างๆ
  • Facebook Fan Page เฟสบุค แฟนเพจ มีโอกาสโดนปิด โดนแฮก หรือเข้าไม่ได้ แต่เว็บไซต์ไม่มีใครมาปิดหรือขโมยเว็บของเราได้ (นอกจากเราลืมต่อค่าบริการโดเมนรายปี
  • วันนี้ธุรกิจของคุณมีเว็บไซต์แล้วหรือยัง เว็บไซต์หากจ้างทำจะมีหลายราคา หลายระบบ ราคาหลักพัน หลักหมื่น หลักแสน หลักร้าน แต่สำหรับธุรกิจเล็กๆ พึ่งเริ่มทำ ครูเจ ขอแนะนำให้เราเรียนรู้ที่จะสร้างเว็บไซต์ของเราด้วยตัวเองดีกว่า เพื่อที่เราจะได้เข้าไปอัพเดท ปรับปรุงแก้ไขบทความและข้อมูลต่างๆ ได้ด้วยตัวเราเอง ซึ่งมีผลกับการทำ SEO ด้วยนะคะ !
  •  

 สรุปง่ายๆ เว็บไซต์ตามภาษาของครูเจ ก็คือ การมีหน้าร้านของเราอยู่บนฟ้า นั่นเอง เราขาย        ของบนฟ้า ลูกค้าก็มาจากฟ้าที่สำคัญหากเราสร้างเว็บของเราเองได้ ต้นทุนในการทำเว็บของ

     เรามีราคาถูกมาก เพราะจ่ายแค่ปีละครั้งค่าโดเมนและค่าโฮส เท่านั้น !

 

ขายของออนไลน์

เพื่อนๆ ทราบหรือไม่คะว่า เว็บไซต์มีกี่ประเภท มีอะไรบ้าง ต่างกันอย่างไร ?

เว็บไซต์มีกี่ประเภท ?

เว็บไซต์มีหลายประเภทและมีหลายขนาด เช่น เว็บท่า, เว็บข่าว, เว็บข้อมูล, เว็บธุรกิจหรือการตลาด, เว็บการศึกษา, เว็บบันเทิง, เว็บองค์กร, เว็บให้บริการออนไลน์, เว็บขายสินค้าแบ่งรายได้จากคอมมิสชั่น, เว็บชุมชนออนไลน์, เว็บโซเชียลมีเดียต่างๆ ซึ่งเป็นเว็บขนาดใหญ่ หากคนที่ไม่มีความรู้ด้านคอม ไม่มีความรู้ด้านการเขียนโค๊ต Code หรือ Html การที่จะสร้างเว็บเหล่านี้อาจจะดูเป็นเรื่องยาก เพราะต้องมีการเขียนโค๊ตโดยโปรแกรมเมอร์มืออาชีพ อาจจะไม่เหมาะสำหรับคนทั่วไปที่อยากมีเว็บขายของเล็กๆ กับเค้าสักเว็บ เพื่อขายของออนไลน์หารายได้พิเศษ รายได้เสริมจากโลกออนไลน์

เว็บไซต์ประเภทไหนบ้าง ที่เราสามารถสร้างเว็บเองได้ภายใน 1 วัน ?

1. เว็บไซต์สำเร็จรูป ของบริษัทผู้ให้บริการในไทย มีหลายหลายบริษัท เช่น เว็บเทพช็อป
เว็บเทพช็อป เหมาะสำหรับเว็บจำหน่ายสินค้า ร้านค้าออนไลน์ ครูเจ ได้ทดสอบทำเว็บภายใน 1 วัน ซึ่งก็สรุปได้ว่า สามารถทำได้ง่าย ที่สำคัญ เว็บออกมาสวย ดูดีและถูกใจมาก เว็บสำเร็จรูปจึงเหมาะสำหรับคนที่มีความรู้ด้านคอมเบื้องต้น ที่ต้องการทำเว็บขายของด้วยตัวเอง เช่นเว็บไซต์ http://www.itmaeban.com/ เป็นเว็บสำเร็จรูป ใช้งานง่าย แก้ไขง่ายๆ แค่ลากๆ วางๆ ก็ได้เว็บไซต์ขึ้นมาขายของออนไลน์แล้ว !

ท่านใดที่อยากทำเว็บขายของด้วยตัวเอง ครูเจ ขอแนะนำให้ใช้บริการเว็บเทพช็อป LnwShop เพราะว่า เว็บเทพช็อปให้บริการในการเปิดร้านค้าออนไลน์ฟรี ไม่มีค่าบริการรายปีแรกเข้า ไม่มีการจำกัดพื้นที่เว็บ ไม่จำกัดจำนวนสินค้า ครบทุกระบบ ครบทุกความสามารถสำหรับการซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์ 
(หากต้องการมีโดเมนส่วนตัว ก็จะเสียเฉพาะค่าโดเมน ซึ่งมีราคาหลักร้อยต่อปีเท่านั้น) !

2. เว็บไซต์ WordPress

เป็นเว็บสำเร็จรูปจากต่างประเทศ ที่มือโปรแกรมเมอร์หรือนักการตลาดมืออาชีพเลือกใช้ ระบบภายในยากกว่าเว็บสำเร็จรูปทั่วไป สามารถตบแต่งรูปได้ไม่ซ้ำกัน เพื่อนๆ สามารถสร้างรายได้จากการเป็นนายหน้าออนไลน์ขายพื้นที่แบนเนอร์ http://เอสเอ็มอีไอทีแม่บ้าน.com/

ส่วนมาก สร้างมาจากระบบ Word Press เพราะสามารถะเปลี่ยนธีมได้ และมี Plugin ให้ใช้มากมาย ปรับแต่งได้ตามสะดวก

เว็บบางเว็บไม่เน้นขายของ แต่เป็นเว็บชุมชน เน้นสร้าง Content บทความที่มีประโยชน เหมาะสำหรับเจ้าของแบรนด์ เจ้าของสินค้า เจ้าของกิจการ ที่ต้องการโปรโมทสินค้าด้วยตัวเอง หรือคนทั่วไปที่ทำเป็นเว็บชุมชนเพื่อเน้นลูกค้าเฉพาะด้าน หรือเฉพาะกลุ่ม เพื่อการขายพื้นที่โฆษณา รายเดือน หรือรายปี

ใครที่อยากเรียนทำเว็บด้วยตัวเอง แวะมาเรียนกับเราได้นะคะ ไอทีแม่บ้าน เปิดสอนค่ะ !

เฟสบุคโดนปิด ถูกปิดใช้งาน ทำยังไงดีครับ ต้องใช้ติดต่อลูกค้า ?

หากบัญชีผู้ใช้ของคุณถูกปิดใช้งาน คุณจะไม่สามารถล็อกอินได้ โปรดทราบว่ามีหลายสาเหตุที่ทำให้บัญชีใช้งานโดนปิด โดนบล็อก

หากเราใช้งานเฟสบุคทั้งส่วนตัวและติดต่อลูกค้ามาตลอด หลายๆ คนทำเพจขายสินค้า ทำเป็นอาชีพหลัก และอาชีพเสริม ถ้าอยู่ๆ เฟสบุคขึ้นว่า ซีชั่นหมดอายุ เด้งออกทั้งคอมและมือถือหมดทุกเครื่อง อยู่ๆ บัญชีก็ถูกปิดใช้งานทั้งที่แต่ก่อนก็ online ได้ทั้งใน คอมและในมือถือ บัญชีโดนระงับใช้งานชั่วคราว หาวิธีหลายวิธีแล้ว แต่ยังแก้ไม่ได้ วันนี้ ครูเจ มีทางออกให้ค่ะ

1. ลองกรอกข้อมูลตามลิงก์ แล้วรอสักพัก อาจะได้บัญชีคืนมา

2. ในกรณีเราอาจต้องยืนยันตัวตน โดยการถ่ายรูปบัตรประชาชน หรือ Passport เป็นไฟล์รูปภาพนามสกุล jpg ก่อนส่งท่านควรปิดเลขที่บัตรและที่อยู่ในบัตรประชาชนด้วย 

(จากมือถืออาจส่งข้อมูลไม่ถนัด แนะนำให้เข้าจากหน้าคอม เพราะจะมีข้อมูลต่างๆ แนะนำให้เราทำตามค่ะ)

3. หลังส่งเอกสารไปแล้ว จะได้บัญชีกลับมา (ไม่แน่ใจกี่ชั่วโมง แต่ของครูเจ 1 วันค่ะ)

ก่อนโดนเฟสบุคปิดบัญชี เฟสบุคจะไม่แจ้งเตือนล่วงหน้า และที่สำคัญ ทุกวันนี้ ไม่ใช่เพียงเฟสที่ทำผิดกฎเฟสบุคเท่านั้น ที่โดนปิด แต่เฟสที่ไม่เคยทำอะไรอะไร ไม่เคยไปก่อกวนชาวบ้าน ไม่เคยโพสรูปโป้ รูปเปลือย โปรดระวังไว้ บัญชีของเฟสของท่านก็อาจโดนปิดได้เช่นกัน

ก่อนที่บัญชีผู้ใช้ถูกระงับใช้งาน facebook โดนบล็อก ปิดบัญชี disabled ครูเจ ขอแนะนำให้ท่านตั้งค่าฐานข้อมูลที่สำคัญของท่านดังนี้นะคะ

1. สมัครเฟสบุคเพิ่มอีก 1-2 บัญชี เพื่อใช้เป็นบัญชีรอง

2. หากท่านสร้างกลุ่มเพื่อขายของไว้ แนะนำให้ท่าน รีบนำบัญชีที่รองมาตั้งค่าเป็นแอดมินกลุ่ม

3. หากท่านสร้างเพจเพื่อขายของ ทำแฟนเพจเพื่อขายสินค้า โปรโมทธุรกิจ แนะนำให้ท่าน รีบนำบัญชี รองของท่าน มาตั้งค่าเป็นแอดมินเพจ ด้วยนะคะ

หากบัญชีเฟสบุคโดนระงับใช้ ความเสียหายจะมีแค่การเสียเพื่อนในบัญชีที่โดนบล็อก แต่อย่างน้อย กลุ่มและเพจ ก็ยังใช้งานได้  ขายของได้ ติดต่อลูกค้า ทำธุรกิจได้ จากบัญชีรอง ที่เราได้ตั้งค่าไว้

ช่วงเวลาที่ผ่านมา เฟสบุคลบบัญชี บล็อกบัญชีผู้ใช้ไปมากมาย ก่อนโดนเฟสบุุค ลบบัญชี ท่านควรตั้งค่าป้องกันการปลอดภัยไว้ก่อน เพื่อป้องกันธุรกิจของท่านเสียหาย แบบกู้ไม่ได้ ทั้งเฟส ทั้งเพจ และกลุ่ม ก่อนที่ธุรกิจจะเสียหายอย่างยับเยิน ป้องกันไว้ก่อนนะคะ

การตั้งค่าความปลอดภัยมีสอนใน คอร์ส 1 SEO Facebook เทคนิคขายดีบนเฟสบุค 

รีบมาเรียนนะคะ ก่อนบัญชีเฟสบุคของคุณโดนปิด !

ครูเจ ไอทีแม่บ้าน

 

SEO กับ 200+ ปัจจัยการค้นหาของ Google -ไอทีแม่บ้าน สอนการตลาดออนไลน์

1. Link จาก Social Media | ลิงก์จากโซเชียลมีเดีย

การแชร์ในโซเชียลเน็ตเวิร์ค ยิ่งจำนวนมากยิ่งส่งผลกับหน้านั้น ๆ (มีสอนในคอร์ส 1-2-3-4-5-6-7-8-9-10-11-12 ของไอทีแม่บ้าน)

2. Link จากหน้าแรกไปหน้าใน | ลิงก์จากหน้าแรกของเว็บไปหน้าในของเว็บ

ลิงก์ไปที่หน้าแรกของเว็บของหน้าใน การมีลิงก์ไปที่หน้าหลักบนหน้ารอง ๆ ของเว็บจะช่วยส่งผลต่อการจัดอันดับ 

3. Link จากหน้าแรกไปหน้าใน | ลิงก์จากหน้าแรกของเว็บไปหน้าในของเว็บ

ลิงก์จากหน้า Welcome หรือยินดีต้อนรับไปยังหน้าต่างๆ ของเว็บไซต์ เป็นเรื่องสำคัญที่นัก SEO ต้องรู้และทำเป็น ระบบ On - Page หนึ่งในปัจจัยภายการใช้ Link เชื่อมไปยังหน้าอื่นๆ ของเว็บเรา Internal Link ที่เราสามารถปรับแต่งเองได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง 

4. Link จากหัวข้อ | ลิงก์จากหัวข้อลิงก์ ที่คุณเห็นเมื่อคุณลากลิงก์ผ่าน 

ลิงก์จากหัวข้อลิงก์ เวลาที่เราลากลิงก์ผ่าน ระบบกูเกิลจะสนใจเป็นพิเศษ เพราะฉนั้นเวลาเราใส่ Link ทุกครั้งอย่าลืมใส่ข้อมูลให้ครบถ้วน 

5. Link จากโปรแกรมช่วยโพสต์ | Auto Post 

ไม่มี Link กลับที่เพิ่มอย่างรวดเร็ว และไม่เป็นธรรมชาติ ซึ่งอาจมีผลร้าย Google อาจลงโทษเว็บไซต์ของคุณก็ได้ Penguin Algorithim มีหน้าที่ในการทำโทษเว็บไซต์ที่ทำผิดกฎ และผิดธรรมชาติ

 


ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 126,540