SEO กับ 200 ปัจจัยการจัดอันดับของ google, 200+ Google's Ranking Factors ปัจจัยการจัดอันดับของกูเกิล

SEO กับ 200+ ปัจจัยการค้นหาของ Google Search Engine

ดันอันดับ Google ด้วย SEO ด้วยเทคนิคนางฟ้า สำหรับเจ้าของธุรกิจออนไลน์ เจ้าของแบรนด์ SME ร้านค้าออนไลน์ !

Google SEO Ranking Factors มีมากกว่า 200 ปัจจัย นักการตลาดออนไลน์ควรศึกษาวิธีการทำงานและวิธีใช้ เพื่อให้เว็บของเราค้นหาเจอบนหน้า 1 บนกูเกิลอย่างถาวร ยั้งยืน ปลอดภัย เน้นคุณภาพเป็นหลัก

 

  • 200 ปัจจัยการจัดอันดับของ google กูเกิล คืออะไร ?

 

  • Google's 200 Ranking Factors : ปัจจัย 200 ข้อการจัดอันดับ Google คืออะไร ?
  • การจัดอันดับของ google โดย 200 ปัจจัย คืออะไร ?
  • SEO กับ 200+ ปัจจัยการค้นหาของ Google คืออะไร ?

 

เข้าใจหลักการทำงานของ Google Search ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์ของคุณแบบง่ายๆ  ความรู้ด้าน SEO ถือเป็นเรื่องสำคัญ

Google Algorithm ทำงานอย่างไร ? ถ้าจะอธิบายแบบง่ายๆ คือ

1. Google เข้ามาเก็บข้อมูล Crawling

2. Google นำข้อมูลที่เก็บไปได้ไปเก็บไว้ในดัชนี Indexing

3. Google ทำการจัดอันดับและแสดงผล Ranking

เป้าหมายหลักของกูเกิล

การแสดงผลที่มีเว็บคุณภาพ ที่มีประโยชน์ ต่อคนค้นหา

เป้าหมายของการทำ SEO (Search Engine Opitimazation)

ทำให้กูเกิลรู้ว่า เว็บของเราเป็นเว็บที่มีประโยชน์ ต่อคนค้นหา ด้วยคุณภาพ, ประโยชน์, ชื่อเสียง และความน่าเชื่อถือ

ถ้าเป็นคนที่ตั้งใจทำตลาดออนไลน์แบบยั้งยืนคงหนีไม่พ้นวิธีการทำตลาดด้วย ระบบ SEO และแน่นอน ท่านคงต้องเรียนรู้ระบบกูเกิล เพื่อให้เข้าใจว่า กูเกิล ทำงานอย่างไร เรียนรู้ระบบการทำงานของ Algorithm ของ Google ที่เป็นปัจจัยหลักในการจัดอันดับเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็น Quality ของเว็บไซต์, Page Quality, Keyword, Backlink, Website, Social Media, Pagerank, Google Bot, Spider, Crawl & Indexing,  Panda, Panguin, Hummingbird, Onpage, Offpage, Update, Traffic, Content และอื่นๆ

การทำ SEO สามารถเรียนรู้เพื่อที่จะทำได้เอง เพื่อผลลัพย์อย่างยั้งยืนและปลอดภัย ที่สำคัญ ค่าใช้จ่ายเป็น 0 ในการทำธุรกิจออนไลน์ ช่วยลดค่าใช้จ่าย ธุรกิจเติบโตอย่างยั้งยืนและถาวร !

200 ปัจจัยในการจัดอันดับกูเกิล มีอะไรบ้าง ? เรามาดูกัน ! พื้นฐานทำเว็บ ทำแบรนด์ให้ติดอันดับ Google ที่ SME Thailand 4.0 ต้องรู้ !

 

สอนการตลาดออนไลน์

อายุของโดเมน โดเมนที่มีอายุนานกว่าจะได้อันดับที่ดีกว่า

เว็บไซต์ Website จะมาพร้อมกับโดเมนและโฮส (Domain & Host) การเช่าโดเมนและโฮส จำเป็นต้องมีค่าบริการ และค่าใช้จ่ายที่เจ้าของเว็บไซต์ต้องจ่าย

เป็นประจำต่อเนื่องเป็นรายปี

เพื่อให้เว็บไซต์ของเราเผยแพร่บนอินเตอร์เนต บนโลกออนไลน์ การที่เราจะมีเว็บไซต์ เราต้องมี 2 อย่าง คือบริการจดทะเบียนโดเมนเนม และบริการเว็บโฮสติ้ง ซึ่งทั้ง 2 จะมีระยะเวลาในการจ่ายค่าบริการแตกต่างกันไป โดยค่าโดเมนเนมจะมีค่าบริการแบบรายปี ค่าบริการเว็บโฮสติ้ง ก็แล้วแต่ว่าเราจะเลือกชำระแบบไหน ส่วนใหญ่เจ้าของเว็บไซต์จะเลือกชำระเป็นรายปี

เมื่อใกล้หมดอายุบริการอยู่แล้ว เราควรรีบดำเนินการดังต่อไปนี้

1. ตรวจสอบวันหมดอายุที่ถูกต้องอีกครั้งที่ระบบ Whois https://www.whois.com/whois/
ระบบนี้จะมีที่อยู่ของเว็บไซต์ผู้ให้บริการจดทะเบียนโดเมนเนม และผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้งทุกเว็บ เพื่อที่จะได้รู้ถึงวันหมดอายุที่แท้จริง

2. เมื่อตรวจสอบจนรู้วันหมดอายุที่แท้จริงแล้ว ก็ตรวจสอบไปที่ผู้ให้บริการจดทะเบียนโดเมนเนมด้วย โดยการดูที่ระบบ Whois เช่นเดียวกัน ดูที่ Technical contact เพื่อจะได้ทราบว่าโดเมนเนมของเราจดทะเบียนไว้กับผู้ให้บริการใด หลังจากนั้นก็ติดต่อไปยังอีเมลล์ หรือเบอร์โทรศัพท์ที่ระบุ เพื่อติดต่อขอต่ออายุโดเมนเนม เมื่อชำระค่าบริการแล้ว ผู้ให้บริการก็จะดำเนินการต่ออายุให้ กรณีที่โดเมนเนมหมดอายุแล้ว ระบบจะใช้เวลาประมาณ 4-6 ชม. เพื่ออัพเดทข้อมูล และกลับมาใช้งาน (เข้าเว็บฯ และรับ ส่งอีเมลล์) ได้อีกครั้ง

3. ปัญหาการต่ออายุ ส่วนมากจะมีเฉพาะท่านที่จ้างทำเว็บ คือไม่ได้ทำเว็บเองนั่นเอง ซึ่งหากท่านจ้างบริษัท โดยทั่วไปบริษัทก็จะดำเนินติดตามเพื่อให้ท่านชำระค่าบริการในการต่ออายุ แต่หากท่านจ้าง Freelance ท่านอาจจะมีปัญหาในการติดต่อ Freelance (ปัญหาโดนทิ้งงาน ซึ่งอันตรายมาก)

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเข้าเว็บไซต์ไม่ได้ โดเมนเนมที่หมดอายุจากระบบจะถูกลบออกจากระบบ สถาณะจะเป็นโดเมนเนมว่าง (แล้วมีโอกาสถูกคนอื่นจดไป) หากโดเมนของท่านใกล้หมดอายุ เราขอแนะนำให้ท่านรีบดำเนินการต่ออายุโดเมนของท่านก่อนนะคะ

แต่หากท่านสร้างเว็บท่านเอง ในวันที่ท่านจดทะเบียนกับบริษัทผู้ให้บริการในการเช่าโดเมนและโฮส บริษัทจะให้ท่านสมัครใช้บริการโดยอีเมล์ E-mail และหากโดเมนและโฮสของท่านไกล้หมดอายุ บริษัทก็จะส่งอีเมล์มาที่อินบ็อกซ์ของท่านก่อนวันหมดอายุ เพื่อเป็นการเตือนให้ท่านชะรำค่าบริการ เพื่อเป็นการต่ออายุโดเมนและ

โฮสด้วยตัวท่านเอง ซึ่ง หากท่านเป็นคนทำเว็บไซต์ด้วยตัวท่านเอง ปัญหาต่างๆ ก็จะไม่เกิดขึ้น 

เจ้าของแบรนด์ควรมีเว็บไซต์โปรโมทธุรกิจ โปรโมทสินค้า ของตัวเอง เพื่อที่ธุรกิจเติบโตอย่างยั้งยืนและที่สำคัญ หากทำเรียนรู้เพื่อที่จะทำเว็บไซต์ด้วยตัวท่านเอง ค่าใช้จ่ายในการทำเว็บไซต์จะแค่ 1,250 บาทต่อปี (ค่าโดเมนและโฮส) 

***ทางสถาบันมีคอร์สสอนทำเว็บไซต์ขายของ ทำเว็บขายของออนไลน์ 2 ระบบ คือ WordPress ระบบเวิร์ดเพรส และ ระบบ เทพช็อป ซึ่งการจด โดเมนและเว็บไซต์ มีราคาต่อปี ไม่เกิน 1,250 บาท 

***คำเตือน หลีกเลี่ยงเรียนกับสถาบันที่ให้บริการเปิดสอนคอร์สสร้างเว็บไซต์ โดยไม่สอนจดโดเมนและโฮส เนื่องจากท่านจะเสียเวลา เพราะเว็บไซต์ที่ใช้งานได้จริง จะต้องมีการจดโดเมนและโฮส ซึ่งเป็นชื่อ www.ชื่อของท่าน.com เท่านั้น

ใครสนใจเรียนก็จองคอร์สเรียนล่วงหน้าได้เลยนะคะ ยินดีจ้า

ไอทีแม่บ้าน ครูเจ

ครูสอนการตลาดออนไลน์/โคชสอนสร้างแบรนด์/วิทยากร SEO/ครูสอนอาชีพ

สอนการตลาดออนไลน์

โดเมน หรือ โดเมนเนม Domain - Domain Name คืออะไร ?

สิ่งที่คนอยากทำเว็บไซต์ ทุกคนต้องรู้ และจำเป็นต้องรู้ ไม่ว่าท่านจะจ้างทำเว็บหรือ ทำเอง ก่อนทำเว็บไซต์ คือการจดโดเมน คือการเลือกชื่อ ชื่อเว็บไซต์ ชื่อบล็อก (ส่วนมากจะใช้เป็นชื่อร้านหรือชื่อแบรนด์) ซึ่งเจ้าของต้องเป็นคนตั้งชื่อ ไม่แนะนำให้ตั้งชื่อยาว เพราะจะจำยาก ชื่อโดเมนที่สั้นและจำได้ง่ายนั้น จะส่งผลให้ลูกค้าจำได้ง่ายและนำไปใช้งานได้ง่าย การค้นหาง่าย ไม่ยาก ไม่ยาวจนเกินไป ตัวอย่างเช่น สอนการตลาดออนไลน์)

ชื่อโดเมน ต้องเป็นชื่อที่ไม่ซ้ำกัน โดเมนเป็นองค์ประกอบสำคัญอีกอย่างหนึ่งในการจัดทำเว็บ ชื่อโดเมนก็เหมือนกับตราสินค้า ชื่อแบรนด์ ชื่อร้านค้า เป็นชื่อสำหรับเรียกชื่อที่อยู่ของเว็บเพจของเรา ตัวอย่างง่าย ๆ เปรียบเหมือนกับชื่อร้านค้า ชื่อแบรนด์ เพื่อให้ลูกค้าค้นหาร้านค้า ค้นหาสินค้าของคุณได้ง่ายขึ้นนั่นเอง จดแล้วไม่สามารถแก้ไขได้ หากจำเป็นต้องแก้ไข คือ ต้องจ่ายค่าจดโดเมนใหม่เท่านั้น

Domain หรือ Doman Name โดเมนเนม ก็คือ ชื่อของเว็บไซต์ หรือ ที่อยู่ ของเว็บไซต์เรานั่นเอง (ที่อยู่เว็บไซต์ หรือ Web Address) ตัวอย่าง www.ไอทีแม่บ้าน.com

วันนี้ ธุรกิจของท่านมีเว็บไซต์หรือยังคะ ?

สอนการตลาดออนไลน์

Hosting คืออะไร ? และสำคัญอย่างไร ?

Domain + Hosting = Website

“Hosting” (ภาษาไทย: “โฮสติ้ง”) มีชื่อเรียกเต็มๆว่า “Web Hosting” หมายถึง การให้บริการเช่าพื้นที่ทำเว็บไซต์ วางระบบเว็บไซต์ เนื่องจากทุกเว็บไซต์ที่ออนไลน์บนอินเตอร์เน็ตจะต้องฝากไฟล์เว็บ ฐานข้อมูล และไฟล์อื่นๆ ไว้กับเว็บเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้งนั้นๆ โดยที่ทางผู้ให้บริการจะจัดเก็บข้อมูลเว็บไซต์ ฐานข้อมูล อีเมล ฯลฯ ไว้ในเครื่องเซิฟเวอร์ หรือที่เรียกกันว่าเว็บเซิฟเวอร์ (Web Server) ซึ่งเว็บเซิฟเวอร์จะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางที่จะแสดงผลหน้าเว็บไซต์ให้กับผู้ท่องอินเทอร์เน็ตทั่วไปได้เช้าชมผ่านโดเมนเนม (เช่น www.ไอทีแม่บ้าน.com) ได้ตลอดเวลา 

เว็บโฮสติ้ง Web Hosting คือ การฝากเว็บไซต์ของตนเองกับผู้ให้บริการเซิฟเวอร์ (HSP: Hosting Service Provider) นั่นเอง เพื่อให้เว็บไซต์ของตัวเองนั้นเผยแพร่บนโลกอินเตอร์เน็ตได้ ปัจจุบัน มีผู้ให้บริการการฝากเว็บจำนวนมาก มีทั้งของฟรีที่โฮศติ้งมีหลากหลายราคา บางทีก็ฟรี บางทีก็ราคาถูก ราคาแพง

Hosting เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของเครือข่ายคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) ซึ่งผู้ให้บริการโฮสติ้ง (Hosting Service Provider) ได้ทำการจัดสรรมาให้บริการ โดยส่วนใหญ่จะให้บริการเป็นรายเดือน หรือ รายปี ซึ่งเป็นการใช้พื้นที่บนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย Server ร่วมกัน

ส่วนใครที่จะใช้บริการ ครูเจ ขอแนะนำให้ผู้เช่าบริการพิจารณา ถึงผู้ให้บริการ ว่ามีระบบแก้ไขปัญหาของผู้ใช้หรือไม่ Server ที่ใช้มีประสิทธิภาพ ความเร็วในการเข้าถึงเว็บไซต์แล้วเสถียรภาพของเซิร์ฟเวอร์และครือข่ายข้อมูล เสถียร ไม่ล้ม สามารถเข้าเว็บได้ง่ายและรวดเร็ว ระบบความปลอดภัย ไม่ต้องรอโหลดนาน Location ที่เซิฟเวอร์ตั้งอยู่ด้วย มีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคต่างๆ ในการดูแลระบบ สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้รวดเร็วและติดต่อได้สะดวก ครูเจ ขอแนะนำให้ท่านใช้บริการการเช่า Domain + Host ที่เดียวกัน เพราะจะง่ายและสะดวกในการต่ออายุการใช้งานได้ค่ะ

 

สอนการตลาดออนไลน์

เสิร์ชเอนจิน (Search Engine) คืออะไร ? 

คือ โปรแกรมที่ช่วยในการสืบค้นหาข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต มีทั้งข้อความ รูปภาพ คลิปวีดิโอ แผนที่ ซึ่งรวมทั้งหมดมีในหมวดหมู่ต่างๆ เช่น ทั้งหมด วีดีโอ ข่าวสาร ค้นรูป แผนที่
Search Engine เสิร์ชเอนจินส่วนใหญ่จะค้นหาข้อมูลจากคำสำคัญ Keyword (คีย์เวิร์ด) (คำค้นหา) ที่ผู้ใช้ป้อนเข้าไป จากนั้นก็จะแสดงรายการผลลัพธ์ที่เกี่ยวกับคำค้นหาที่มีอยู่ในระบบ คิดว่าผู้ใช้น่าจะต้องการหรือมีประโยชน์ขึ้นมา โดยการจัดอันดับจำนวนคำค้นหาทั้งหมด ซึ่งคำค้นหาที่เสริจเอนจินค้นมาได้ส่วนมากมีจำนวนมาก ระบบจึงต้องแบ่งออกเป็นหน้าๆ ระบบค้นหาของ Search Engine แต่ะละชนิดจะต่างกันเล็กน้อย ในปัจจุบัน เสิร์ชเอนจินบางตัว เช่น กูเกิล จะบันทึกประวัติการค้นหาและการแสดงผลลัพธ์ของผู้ใช้ไว้ด้วย เพื่อจะนำประวัติการค้นหาของผู้ใช้บริการไปเก็บบันทึกไว้ เพื่อเก็บเป็นสถิติในการค้นหาสำหรับผู้ใช้บริการครั้งต่อ ๆ ไป

4 อันดับยอดนิยมของ Web Search Engine ที่คนไทยรู้จักมีอะไรบ้าง เรามาดูกัน

1. Google 
2. Bing
3. Yahoo
4. Ask

วันนี้ ท่านใช้ Search Engine ในการค้นหาข้อมูลบนอินเตอร์เนตบ้างหรือยัง หากยัง ลองค้นหา ครูเจ ได้นะคะ

ตัวอย่าง เข้าหน้า Search Engine ยอดนิยม ครองใจอันดับ 1 ของคนไทยมายาวนานคือ Search Engine ของกูเกิล Google นั่นเอง
แล้วพิมพ์ : ครูเจ ไอทีแม่บ้าน
แล้วท่านเห็นอะไร ???

ถูกใจกด like & Share เพื่อเป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะคะ


เว็บไซต์, Website

ประโยชน์ของเวปไซต์มีอะไรบ้าง ? เรามาทำความรู้จักเว็บไซต์กัน !

  • Website ช่วยสร้างแบรนด์ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีกับองค์กรของคุณ
  • Website ช่วยเพิ่มช่องทางในการขายสินค้าและบริการของบริษัทอีกช่องทางหนึ่งนอกจากการขายของในเฟสเพียงอย่างเดียว
  • Website ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์ ในการทำสื่อโฆษณา โปรโมทธุรกิจ หากคุณหันมาสร้างเว็บไซต์เป็นของตัวเอง ลงทุนสร้างเว็บครั้งเดียว ใครๆ ก็สามารถเข้าชมเว็บของเราได้ตลอด โดยที่คุณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมาย โดยการเสียค่าบริการเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
  • Website คือหน้าร้าน (Homepage) ร้านค้าของตนเอง เป็นการเปิดตัวสู่ตลาดโลก เหมาะกับยุคดิจิตอล ลูกค้าสามารถค้นหาเจอจากระบบกูเกิล Google Search Engine
  • Website ช่วยส่งเสริมศักยภาพทางธุรกิจ ให้แข่งแกร่ง ทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักในท้องตลาดมากขึ้น (ทำให้เราดูดีกว่าคู่แข่ง)
  • Website เสริมภาพลักษณ์ขององค์กรให้มีความทันสมัยน่าเชื่อถือมากขึ้น ลูกค้าค้นหาเจอ เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น (ช่วยเจาะกลุ่มลูกค้าเฉพาะด้าน)
  • Website ช่วยให้ซื้อ-ขายสินค้าหรือบริการผ่านทางเว็บไซต์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยให้คุณขายสินค้าโดยไม่ต้องมีหน้าร้าน อยู่บ้านก็ขายของได้ (ช่วยลดค่าใช้จ่าย)
  • Website สามารถโฆษณาบริษัทฯ หรือองค์กรให้เป็นที่รู้จักทั้งในประเทศและต่างประเทศ (ใครก็ๆ สามารถเข้ามาดูเว็บของเราได้)
  • Website ช่วยลดต้นทุนในการสร้างธุรกิจออนไลน์ คนเข้าถึงเว็บไซต์ได้ง่าย แค่ส่งลิงก์ หรือฝังลิงก์ไว้ในที่ต่างๆ
  • Facebook Fan Page เฟสบุค แฟนเพจ มีโอกาสโดนปิด โดนแฮก หรือเข้าไม่ได้ แต่เว็บไซต์ไม่มีใครมาปิดหรือขโมยเว็บของเราได้ (นอกจากเราลืมต่อค่าบริการโดเมนรายปี
  • วันนี้ธุรกิจของคุณมีเว็บไซต์แล้วหรือยัง เว็บไซต์หากจ้างทำจะมีหลายราคา หลายระบบ ราคาหลักพัน หลักหมื่น หลักแสน หลักร้าน แต่สำหรับธุรกิจเล็กๆ พึ่งเริ่มทำ ครูเจ ขอแนะนำให้เราเรียนรู้ที่จะสร้างเว็บไซต์ของเราด้วยตัวเองดีกว่า เพื่อที่เราจะได้เข้าไปอัพเดท ปรับปรุงแก้ไขบทความและข้อมูลต่างๆ ได้ด้วยตัวเราเอง ซึ่งมีผลกับการทำ SEO ด้วยนะคะ !
  •  

 สรุปง่ายๆ เว็บไซต์ตามภาษาของครูเจ ก็คือ การมีหน้าร้านของเราอยู่บนฟ้า นั่นเอง เราขาย        ของบนฟ้า ลูกค้าก็มาจากฟ้าที่สำคัญหากเราสร้างเว็บของเราเองได้ ต้นทุนในการทำเว็บของ

     เรา 555 มีราคาถูกมาก เพราะจ่ายแค่ปีละครั้งค่าโดเมนและค่าโฮส เท่านั้น !

 

ขายของออนไลน์

เพื่อนๆ ทราบหรือไม่คะว่า เว็บไซต์มีกี่ประเภท มีอะไรบ้าง ต่างกันอย่างไร ?

เว็บไซต์มีกี่ประเภท ?

เว็บไซต์มีหลายประเภทและมีหลายขนาด เช่น เว็บท่า, เว็บข่าว, เว็บข้อมูล, เว็บธุรกิจหรือการตลาด, เว็บการศึกษา, เว็บบันเทิง, เว็บองค์กร, เว็บให้บริการออนไลน์, เว็บขายสินค้าแบ่งรายได้จากคอมมิสชั่น, เว็บชุมชนออนไลน์, เว็บโซเชียลมีเดียต่างๆ ซึ่งเป็นเว็บขนาดใหญ่ หากคนที่ไม่มีความรู้ด้านคอม ไม่มีความรู้ด้านการเขียนโค๊ต Code หรือ Html การที่จะสร้างเว็บเหล่านี้อาจจะดูเป็นเรื่องยาก เพราะต้องมีการเขียนโค๊ตโดยโปรแกรมเมอร์มืออาชีพ อาจจะไม่เหมาะสำหรับคนทั่วไปที่อยากมีเว็บขายของเล็กๆ กับเค้าสักเว็บ เพื่อขายของออนไลน์หารายได้พิเศษ รายได้เสริมจากโลกออนไลน์

เว็บไซต์ประเภทไหนบ้าง ที่เราสามารถสร้างเว็บเองได้ภายใน 1 วัน ?

1. เว็บไซต์สำเร็จรูป ของบริษัทผู้ให้บริการในไทย มีหลายหลายบริษัท เช่น เว็บเทพช็อป
เว็บเทพช็อป เหมาะสำหรับเว็บจำหน่ายสินค้า ร้านค้าออนไลน์ ครูเจ ได้ทดสอบทำเว็บภายใน 1 วัน ซึ่งก็สรุปได้ว่า สามารถทำได้ง่าย ที่สำคัญ เว็บออกมาสวย ดูดีและถูกใจมาก เว็บสำเร็จรูปจึงเหมาะสำหรับคนที่มีความรู้ด้านคอมเบื้องต้น ที่ต้องการทำเว็บขายของด้วยตัวเอง เช่นเว็บไซต์ http://www.itmaeban.com/ เป็นเว็บสำเร็จรูป ใช้งานง่าย แก้ไขง่ายๆ แค่ลากๆ วางๆ ก็ได้เว็บไซต์ขึ้นมาขายของออนไลน์แล้ว !

ท่านใดที่อยากทำเว็บขายของด้วยตัวเอง ครูเจ ขอแนะนำให้ใช้บริการเว็บเทพช็อป LnwShop เพราะว่า เว็บเทพช็อปให้บริการในการเปิดร้านค้าออนไลน์ฟรี ไม่มีค่าบริการรายปีแรกเข้า ไม่มีการจำกัดพื้นที่เว็บ ไม่จำกัดจำนวนสินค้า ครบทุกระบบ ครบทุกความสามารถสำหรับการซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์ 
(หากต้องการมีโดเมนส่วนตัว ก็จะเสียเฉพาะค่าโดเมน ซึ่งมีราคาหลักร้อยต่อปีเท่านั้น) !

2. เว็บไซต์ WordPress

เป็นเว็บสำเร็จรูปจากต่างประเทศ ที่มือโปรแกรมเมอร์หรือนักการตลาดมืออาชีพเลือกใช้ ระบบภายในยากกว่าเว็บสำเร็จรูปทั่วไป สามารถตบแต่งรูปได้ไม่ซ้ำกัน เพื่อนๆ สามารถสร้างรายได้จากการเป็นนายหน้าออนไลน์ขายพื้นที่แบนเนอร์ http://เอสเอ็มอีไอทีแม่บ้าน.com/

ส่วนมาก สร้างมาจากระบบ Word Press เพราะสามารถะเปลี่ยนธีมได้ และมี Plugin ให้ใช้มากมาย ปรับแต่งได้ตามสะดวก

เว็บบางเว็บไม่เน้นขายของ แต่เป็นเว็บชุมชน เน้นสร้าง Content บทความที่มีประโยชน เหมาะสำหรับเจ้าของแบรนด์ เจ้าของสินค้า เจ้าของกิจการ ที่ต้องการโปรโมทสินค้าด้วยตัวเอง หรือคนทั่วไปที่ทำเป็นเว็บชุมชนเพื่อเน้นลูกค้าเฉพาะด้าน หรือเฉพาะกลุ่ม เพื่อการขายพื้นที่โฆษณา รายเดือน หรือรายปี

ใครที่อยากเรียนทำเว็บด้วยตัวเอง แวะมาเรียนกับเราได้นะคะ ไอทีแม่บ้าน เปิดสอนค่ะ !

เฟสบุคโดนปิด ถูกปิดใช้งาน ทำยังไงดีครับ ต้องใช้ติดต่อลูกค้า ?

หากบัญชีผู้ใช้ของคุณถูกปิดใช้งาน คุณจะไม่สามารถล็อกอินได้ โปรดทราบว่ามีหลายสาเหตุที่ทำให้บัญชีใช้งานโดนปิด โดนบล็อก

หากเราใช้งานเฟสบุคทั้งส่วนตัวและติดต่อลูกค้ามาตลอด หลายๆ คนทำเพจขายสินค้า ทำเป็นอาชีพหลัก และอาชีพเสริม ถ้าอยู่ๆ เฟสบุคขึ้นว่า ซีชั่นหมดอายุ เด้งออกทั้งคอมและมือถือหมดทุกเครื่อง อยู่ๆ บัญชีก็ถูกปิดใช้งานทั้งที่แต่ก่อนก็ online ได้ทั้งใน คอมและในมือถือ บัญชีโดนระงับใช้งานชั่วคราว หาวิธีหลายวิธีแล้ว แต่ยังแก้ไม่ได้ วันนี้ ครูเจ มีทางออกให้ค่ะ

1. ลองกรอกข้อมูลตามลิงก์ แล้วรอสักพัก อาจะได้บัญชีคืนมา

2. ในกรณีเราอาจต้องยืนยันตัวตน โดยการถ่ายรูปบัตรประชาชน หรือ Passport เป็นไฟล์รูปภาพนามสกุล jpg ก่อนส่งท่านควรปิดเลขที่บัตรและที่อยู่ในบัตรประชาชนด้วย 

(จากมือถืออาจส่งข้อมูลไม่ถนัด แนะนำให้เข้าจากหน้าคอม เพราะจะมีข้อมูลต่างๆ แนะนำให้เราทำตามค่ะ)

3. หลังส่งเอกสารไปแล้ว จะได้บัญชีกลับมา (ไม่แน่ใจกี่ชั่วโมง แต่ของครูเจ 1 วันค่ะ)

ก่อนโดนเฟสบุคปิดบัญชี เฟสบุคจะไม่แจ้งเตือนล่วงหน้า และที่สำคัญ ทุกวันนี้ ไม่ใช่เพียงเฟสที่ทำผิดกฎเฟสบุคเท่านั้น ที่โดนปิด แต่เฟสที่ไม่เคยทำอะไรอะไร ไม่เคยไปก่อกวนชาวบ้าน ไม่เคยโพสรูปโป้ รูปเปลือย โปรดระวังไว้ บัญชีของเฟสของท่านก็อาจโดนปิดได้เช่นกัน

ก่อนที่บัญชีผู้ใช้ถูกระงับใช้งาน facebook โดนบล็อก ปิดบัญชี disabled ครูเจ ขอแนะนำให้ท่านตั้งค่าฐานข้อมูลที่สำคัญของท่านดังนี้นะคะ

1. สมัครเฟสบุคเพิ่มอีก 1-2 บัญชี เพื่อใช้เป็นบัญชีรอง

2. หากท่านสร้างกลุ่มเพื่อขายของไว้ แนะนำให้ท่าน รีบนำบัญชีที่รองมาตั้งค่าเป็นแอดมินกลุ่ม

3. หากท่านสร้างเพจเพื่อขายของ ทำแฟนเพจเพื่อขายสินค้า โปรโมทธุรกิจ แนะนำให้ท่าน รีบนำบัญชี รองของท่าน มาตั้งค่าเป็นแอดมินเพจ ด้วยนะคะ

หากบัญชีเฟสบุคโดนระงับใช้ ความเสียหายจะมีแค่การเสียเพื่อนในบัญชีที่โดนบล็อก แต่อย่างน้อย กลุ่มและเพจ ก็ยังใช้งานได้  ขายของได้ ติดต่อลูกค้า ทำธุรกิจได้ จากบัญชีรอง ที่เราได้ตั้งค่าไว้

ช่วงเวลาที่ผ่านมา เฟสบุคลบบัญชี บล็อกบัญชีผู้ใช้ไปมากมาย ก่อนโดนเฟสบุุค ลบบัญชี ท่านควรตั้งค่าป้องกันการปลอดภัยไว้ก่อน เพื่อป้องกันธุรกิจของท่านเสียหาย แบบกู้ไม่ได้ ทั้งเฟส ทั้งเพจ และกลุ่ม ก่อนที่ธุรกิจจะเสียหายอย่างยับเยิน ป้องกันไว้ก่อนนะคะ

การตั้งค่าความปลอดภัยมีสอนใน คอร์ส 1 SEO Facebook เทคนิคขายดีบนเฟสบุค 

รีบมาเรียนนะคะ ก่อนบัญชีเฟสบุคของคุณโดนปิด !

ครูเจ ไอทีแม่บ้าน

 

Visitors: 116,938